CURSE OF THE GOLDEN FLOWER
ศึกชิงบัลลังค์วังทอง
เนื้อเรื่องย่อ
ในเรื่องประกอบด้วยครอบครัวกษัตริย์ครอบครัวหนึ่ง ซึ่งมีตัวละครที่สำคัญอยู่ 5 ตัว คือ ฮ่องเต้ ฮองเฮา องค์ชายใหญ่(องค์ชายรัชทายาท) องค์ชายรอง และองค์ชายสาม และตัวละครที่คอยสร้างสีสันให้กับเรื่องที่สำคัญอีก 3 ตัวก็คือ หมอหลวง(เป็นบุคคลเพียงผู้เดียวที่ได้รับรู้ถึงแผนเล่ห์เพทุบายของฮ่องเต้) เมียหมอหลวง (อดีตภรรยาของฮ่องเต้ และเป็นแม่ขององค์ชายใหญ่) และลูกของหมอหลวงที่เป็นนางสนมอยู่ในวัง
เรื่องราวเริ่มต้นจากที่ ฮ่องเต้ ทรงมุ่งทำแต่งานภารกิจบ้านเมือง ทำแต่สงครามเพื่อขยายอำนาจของแคว้น ไม่ค่อยได้อยู่ในวังเท่าไรนัก ทำให้ไม่มีเวลาใส่ใจครอบครัว ซึ่งทำให้ฮองเฮากับองค์ชายใหญ่ซึ่งเป็นโอรสเลี้ยงของนางแอบลักลอบเป็นชู้กันมานานหลายปี โดยที่องค์ชายสามรู้เห็นเรื่องนี้มาโดยตลอด เมื่อฮ่องเต้ทราบเรื่องก็เลยคิดที่จะฆ่านาง โดยให้หมอหลวงผสมยาพิษลงในยาบำรุงให้นางดื่มทุกวัน โดยผ่านทางลูกสาวของหมอหลวงที่เป็นนางสนมอยู่ในวัง ซึ่งฮ่องเต้ไม่สามารถที่จะใช้วิธีรุนแรงกับนางได้เนื่องจากนางเป็นลูกสาวของแคว้นใหญ่ถ้าหากใช้วิธีรุนแรงกับนางเกรงว่าจะเกิดสงครามระหว่างแคว้นขึ้นได้ เมื่อฮ่องเต้กลับจากทำศึกก็เสด็จไปหาองค์ชายรองที่ถูกส่งไปอยู่ที่ชายแดนแทนที่จะกลับเข้าวังหลวง เพื่อที่จะไปเตือนองค์ชายรองว่าไม่ให้คิดแย่งบัลลังค์เนื่องจากยังไม่ถึงเวลาที่พระองค์จะยกให้ และเมื่อพูดคุยและประลองกระบี่กันเสร็จ ทั้งคู่ก็กลับเข้าวัง ซึ่งในวังทุกคนก็เตรียมตัวที่จะจัดงานชมดอกเบญจมาศขึ้น ก่อนวันงานเทศกาลฮ่องเต้และครอบครัวก็ได้ทานร่วมกันบนโต๊ะสี่เหลี่ยมซึ่งแบ่งที่นั่งของใครของมันไว้ ซึ่งองค์ชายใหญ่ก็ทูลขอฮ่องเต้ไปอยู่ที่นอกวังเพื่อหลีกหนีปัญหาที่เกิดขึ้นและฮองเฮา และหวังว่าจะได้ใช้ชีวิตอยู่กับหญิงที่ตนรัก องค์ชายเล็กพยายามทูลขอที่จะเป็นผู้ดูแลควบคุมงาน เพื่อที่จะได้มีกองกำลังทหารเป็นของตัวเอง แต่ฮ่องเต้ไม่ยอมยกหน้าที่นี้ไห้ กลับยกหน้าที่นี้ให้องค์ชายรองแทน ฮองเฮาก็รู้มาตลอดว่าโดนวางยาพิษนางจึงคิดวางแผนที่จะก่อกบฏให้ฮ่องเต้ลงจากบัลลังค์โดยจะใช้ผ้าปักลายดอกเบญจมาศที่นางปักเป็นสัญลักษณ์ และนางก็ได้เตรียมเสื้อที่ปักลายดอกเบญจมาศให้กับองค์ชายใหญ่ทำให้องค์ชายใหญ่ล่วงรู้ความลับเข้าด้วยความกลัวขององค์ชายใหญ่ที่จะถูกมองว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการก่อกบฏเพื่อแย่งชิงบัลลังค์จึงชิงฆ่าตัวตายก่อนแต่ไม่สำเร็จ ความจึงแตกไปเข้าหูฮ่องเต้ ส่วนฮองเฮาก็บอกความจริงกับองค์ชายรองทราบว่านางโดนวางยาพิษ และคิดที่จะก่อกบฏและขอให้องค์ชายรองช่วยในการก่อกบฏในวันงานชมดอกเบญจมาศ ส่วนหมอหลวงเมื่อฮ่องเต้ทราบถึงภัยคุกคามที่ใกล้เข้ามา เกี่ยวกับเรื่องภรรยาของหมอหลวงพระองค์จึงรับสั่งย้ายครอบครัวของหมอหลวงจากพระราชวังไปยังสถานที่ห่างไกล และสั่งคนไปฆ่าปิดปากทั้งครอบครัว แต่ฮองเฮาก็ได้ส่งคนมาช่วยภรรยาของหมอหลวงจากการฆ่าปิดปากของฮ่องเต้ เพื่อที่จะให้นางเข้ามาเปิดเผยความจริงต่อหน้าฮ่องเต้ว่านางเป็นภรรยาเก่าของฮ่องเต้ที่อ้างว่าตายไปนานแล้ว เมื่อภรรยาหมอหลวงและลูกสาวเข้ามาถึงวังก็ต่อว่าฮ่องเต้ที่สั่งคนไปฆ่าปิดปากครอบครัวนาง และฮองเฮาก็พูดเปิดเผยความจริงออกมาว่าภรรยาหมอหลวงเป็นอดีตภรรยาของฮ่องเต้ เมื่อลูกสาวหมอหลวงรู้ว่าคนที่นางมีความสัมพันธ์ด้วยเป็นสายเลือดเดียวกันก็รับไม่ได้วิ่งออกจากวังไปพร้อมกับแม่และถูกฆ่าตายในที่สุด และในวังก็เกิดเหตุการณ์วุ่นวายเกิดขึ้นเมื่อองค์ชายสามฆ่าองค์ชายใหญ่ตายและต่อว่าฮ่องเต้ที่ไม่เคยสนใจตัวเองเลย ฮ่องเต้โกรธมากจึงใช้เข็มขัดฟาดองค์ชายสามตาย ส่วนองค์ชายรองก็ได้ยกกองทัพทหารที่สวมชุดเกราะสีทองและมีผ้าลายคอกเบญจมาศผูกติดไว้เข้ามาก่อกบฏ แต่ไม่สำเร็จ เนื่องจากว่าฮ่องเต้ทราบแผนการนี้ก่อนแล้ว ฮ่องเต้จึงให้ทหารนำตัวองค์ชายรองและฮองเฮามาพูดคุย โดยที่พระองค์คิดว่าองค์ชายรองก่อกบฏ แต่องค์ชายรองบอกว่าทำไปเพื่อช่วยฮองเฮา พระองค์จึงยื่นข้อเสนอให้องค์ชายรองเป็นผู้คอยควบคุมให้ฮองเฮากินยาทุกวันจึงจะอภัยโทษให้ องค์ชายรองไม่สามารถทำได้จึงฆ่าตัวตาย
ความรู้สึกของตัวละคร
1.ฮ่องเต้ มีลักษณะเป็นผู้นำที่เด็ดขาด มีการวางรากฐานกฎเกณฑ์อย่างเคร่งครัดผู้ใดจะขัดขืนมิได้ เป็นผู้ที่ต้องการอำนาจ หวงอำนาจของตัวเอง ทั้งเรื่องการทำสงครามขยายอาณาเขต และการวางยาพิษฮองเฮา เป็นนักคิดนักวางแผนที่ฉลาด แต่ในใจลึกๆก็นึกผิดหวังกับการโดนฮองเฮาหลอกสวมเขา
2.ฮองเฮา เป็นคนที่ฉลาด ทำอะไรก็ได้ตามอารมณ์ตัวเอง รู้จักเลือกใช้คนที่จะคิดทำการใหญ่ และจุดด้อยที่เห็นได้ชัดคือความลำเอียงรักลูกไม่เท่ากัน ในใจก็รู้สึกอึดอัดและเก็บกดที่รู้ว่าโดนวางยาพิษแต่ไม่สามารถทำอะไรได้เลย
3.องค์ชายใหญ่ กลัวในสิ่งที่ตัวเองทำผิดที่เป็นชู้กับฮองเฮา พยายามหนีปัญหา ไม่กล้าเผชิญกับปัญหาต้องการที่จะหลีกหนีปัญญาไปอยู่นอกเมืองเพื่อหนีชีวิตที่วุ่นวายในวังหลวง
4.องค์ชายรอง รักแม่รักครอบครัว ยอมทำในสิ่งผิดเพื่อช่วยคนที่รักที่ถูกทำร้าย
5.องค์ชายสาม เป็นคนที่เก็บกด ไม่ได้รับความรักและและเอาใจใส่จากครอบครัว ภายนอกอาจดูร่าเริงแจ่มใสแต่ภายในจิตใจลึกๆ เต็มไปด้วยปัญหาที่อยากจะพูดอยากจะระบายออกมา และก็ต้องการมีอำนาจเป็นของตัวเอง
ความรู้สึกที่มีต่อตัวละคร
1. ฮ่องเต้ เป็นคนที่ฉลาดและเฉียบคมมากในการปกครองบ้านเมืองและจุดด้อยอีกข้อหนึ่งก็คือการที่รักลูกไม่เท่ากันทำหน้าที่ของผู้นำครอบครัวได้ไม่ดีพอ ทำให้เกิดปัญหาต่างๆขึ้นในครอบครัว ฮ่องเต้อาจเปรียบได้กับกับตัวแทนแนวคิดสังคมนิยมรูปแบบการปกครองที่เป็นการใช้อำนาจจากเบื้องบนลงไปบังคับบัญชาผู้อยู่เบื้องล่าง เสมือนมันสมองที่ควบคุมการทำงานของประเทศเอาไว้ได้อย่างแม่นยำในทุกๆส่วน
2.ฮองเฮา เป็นคนที่ฉลาด น่าสงสาร มีความเป็นอิสระพอสมควรในการทำสิ่งต่างๆแต่ก็อยู่ในขอบเขตของราชสำนัก จุดด้อยที่เห็นได้ชัดคือความลำเอียงรักลูกไม่เท่ากัน ฮองเฮาเปรียบได้กับแนวคิดหัวเสรี ที่จะทำอะไรก็ได้ แต่ก็เหมือนมีความเป็นอิสระที่อยุ่ในกรอบในกฏระเบียบไม่ใช่จะสามารถทำอะไรได้ตามอำเภอใจ เหมือนกับนกที่เป็นอิสระอยู่ในกรงนั่นเอง
3.องค์ชายใหญ่ เป็นคนที่ทำอะไรไม่มีความเด็ดขาด กลัวในสิ่งที่ตัวเองทำผิด เป็นคนที่ขี้ขลาดหนีปัญหา ไม่กล้าเผชิญกับปัญหา องค์ชายใหญ่เปรียบได้กับตัวแทนของระบบราชวงศ์ ในอดีตที่อ่อนแอ ในยุคบูรณาญาสิทธิราช เหยาะแหยะทางกำลังกายภาพหากแต่อ้างอำนาจอันสูงสุดจากสวรรค์ในการขึ้นครองบัลลังก์เพื่อกุมชะตากรรมของแผ่นดิน ลึกลงไปในจิตใจต้องการหนีออกไปจากกรอบของระบบราชสันตติวงศ์นี้เพื่อคว้าไขว่รสชาติของอิสรภาพเยี่ยงปุถุชน
4.องค์ชายรอง เป็นคนเก่งมีความสามารถ รักแม่รักครอบครัว ยอมทำในสิ่งผิดเพื่อช่วยคนที่รักที่ถูกทำร้าย องค์ชายรองเปรียบได้กับคนหนุ่มหัวก้าวหน้าแห่งยุคสังคมนิยมในอดีตที่รู้สึกกระด้างกระเดื่องต่อระบบการปกครองต่อต้านนโยบายของผู้นำอย่างชัดเจนต้องการเปลี่ยนแปลงระบบอันไม่ชอบธรรมในสังคมด้วยการปฏิวัติเพื่อขจัดวิถีทางและวิธีคิดของผู้นำที่มุ่งกดขี่ประชาชน
5.องค์ชายสาม เป็นคนที่เก็บกด น่าสงสารที่สุดอาจเนื่องจากครอบครัวที่ไม่ค่อยให้ความสนใจดูภายนอกอาจดูร่าเริงแจ่มใสแต่ภายในจิตใจลึกๆ เต็มไปด้วยปัญหาที่อยากจะพูดอยากจะระบายออกมา องค์ชายสามเปรียบได้กับเด็กในยุคสื่อสารเทคโนโลยีสะท้อนปัญหาสังคมในปัจจุบันที่ถูกครอบครัวเลี้ยงดูด้วยความมั่งคั่งแทนความรักความอบอุ่นหลายๆการกระทำสะท้อนถึงความพยายามในการเรียกร้องความสนใจ
โดย นายเชิดพงษ์ ปาฟอง
รหัส 4819257 รปส.
edit @ 2007/06/29 12:34:00
edit @ 2007/06/29 13:01:25